วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2555

สรุป7วันอันตรายตายเพิ่ม ปิดยอดเป็น 320 ราย

วันพุธที่ 18 เมษายน 2555 เวลา 10:38 น.
ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย วันนี้ (18 เม.ย.) เวลา 11.00 น.นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ได้เดินทางมาเป็นประธานปิดศูนย์แถลงตัวเลขสถิติอุบัติเหตุของวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของช่วง 7 วันอันตราย ว่า ได้มีอุบัติเหตุเกิดทั้งหมด 257 ครั้ง โดยจังหวัดนครสวรรค์เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 12 ครั้ง  มีผู้เสียชีวิต 38 ราย ซึ่งมีผู้เสียชีวิตสูงสุดอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมาและหนองบัวลำภู จังหวัดละ 4 ราย  บาดเจ็บ 261 ราย สูงสุดอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ 15 ราย

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วัน ระหว่าง วันที่ 11-17 เม.ย.55 เกิดอุบัติเหตุสะสมทั้งหมด 3,129 ครั้ง จังหวัดเชียงรายเกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด 125 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตสะสม 320 ราย สูงสุดอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี 13 ราย  บาดเจ็บสะสม 3,320 ราย ผู้เสียชีวิตสูงสุดอยู่ที่จังหวัดเชียงราย 124 ราย สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ยังคงเป็นเมาสุรา ร้อยละ 39.21 (เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ร้อยละ 0.45) รองลงมาคือ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 21.57 ซึ่งทั้ง 2 สาเหตุนี้เป็นเหมือนกันทุกปี เช่นเดียวกับยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ยังคงเป็นรถจักรยานยนต์ ร้อยละ 82.14  รองลงมาคือ รถกระบะ ร้อยละ 9.72 ถนนที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ ถนน อบต.และถนนในหมู่บ้าน ร้อยละ 36.05  รองลงมาคือ ทางหลวงแผ่นดิน ร้อยละ 34.93 สำหรับกลุ่มเด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี มีที่บาดเจ็บและเสียชีวิต ร้อยละ 27.66 (ลดลงกว่าปีที่แล้ว ร้อยละ 0.42)

ส่วนจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเลยในช่วง 7 วันที่ผ่านมา มีทั้งหมด 6 จังหวัด ประกอบด้วย ภาคอีสาน 1 จังหวัด คือ นครพนม ภาคกลาง 1 จังหวัด คือ ตราด ภาคใต้ 4 จังหวัด คือ ตรัง , ปัตตานี , ระนอง , สตูล โดยจังหวัดนครพนมและตรัง จัดอยู่ในกลุ่มจังหวัดโซนสีเหลือง (ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตไม่เกิน 40 ราย) ปีนี้ไม่มีผู้เสียชีวิต จะได้รับเงินรางวัลจังหวัดละ 3 แสนบาท ส่วนจังหวัดระนอง , ปัตตานี , ตราด , สตูล จัดอยู่ในกลุ่มจังหวัดโซนสีขาว (ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตไม่เกิน 15 ราย) ปีนี้ไม่มีผู้เสียชีวิต จะได้รับเงินรางวัลจังหวัดละ 5 หมื่นบาทและเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว 2554 เกิดอุบัติเหตุสะสม 7 วัน 3,215 ครั้ง / เสียชีวิตสะสม 271 ราย / บาดเจ็บสะสม 3,476 ราย / เท่ากับว่าสงกรานต์ปีนี้ มีผู้เสียชีวิตสูงกว่าปีที่แล้ว 49 ราย
ที่ห้องประชุมชั้น 3 ศาลากลาง จ.ตรัง นายเสนีย์ จิตตเกษม ผวจ.ตรัง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2555 เป็นประธานในการแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. พบว่า จ.ตรังเกิดอุบัติเหตุ 72 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 85 คน แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต  โดยถือเป็นปีแรกของจ.ตรัง ที่ไม่มีผู้เสียชีวิต

วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

รมช.สธ.เตือนอันตรายกินเมล็ดสบู่ดำ...อาจถึงตาย


   รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เตือนอันตรายจากสบู่ดำมีสารพิษที่ทำให้เสียชีวิตได้ แต่ละปีมีรายงานผู้ป่วยจำนวนมากที่ได้รับพิษจากการกินเมล็ดสบู่ดำ และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเด็กๆ อายุระหว่าง 3-15 ปีที่กินด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งจากการศึกษาวิจัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พบว่าสารสกัดจากเมล็ดสบู่ดำมีสรรพคุณทางยา แต่มีฤทธิ์ข้างเคียงสูง

นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าปัจจุบันมีการปลูกต้นสบู่ดำกันอย่างแพร่หลาย ทั้งในบ้าน โรงเรียนและพื้นที่แปลงเกษตร เพื่อนำเมล็ดมาสกัดเป็นไบโอดีเซลทดแทนน้ำมันดีเซล แต่ไม่ได้เตือนถึงอันตรายของสบู่ดำ ทำให้ในแต่ละปีมีรายงานผู้ที่ได้รับพิษจากการกินเมล็ดสบู่ดำจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเด็กๆ อายุระหว่าง 3-15 ปีที่กินด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งทุกส่วนของสบู่ดำ ทั้งใบ ยาง ผล และเมล็ดมีความเป็นพิษ โดยเฉพาะเมล็ดสบู่ดำเป็นส่วนที่มีพิษเคอซิน (curcin) มาก   หากกินเมล็ดเข้าไปประมาณ 1 ชั่วโมง จะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด ในรายที่อาการรุนแรงอาจมีอาการมือและเท้าเกร็ง หายใจหอบ ความดันเลือดต่ำ หัวใจเต้นผิดปกติ อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากเป็นสายพันธุ์ที่มีสารพิษสูง กินเพียง 3 เมล็ดก็เกิดอันตรายได้ สำหรับวิธี ปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากพบผู้ป่วยกินเมล็ดสบู่ดำ ให้ดื่มนมจำนวนมากๆ ทำให้อาเจียน หรือใช้ผงถ่านกัมมันต์ เพื่อดูดซับสารพิษและรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว ส่วนยางสบู่ดำมีสารพิษโฟบอลเอสเทอร์ (Phorbal estor) หากน้ำยางของสบู่ดำถูกผิวหนังจะเกิดการแพ้ ระคายเคือง ปวดแสบอย่างรุนแรง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำสบู่ทันที

 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่ออีกว่า ต้นสบู่ดำ ภาคเหนือเรียกว่า ละหุ่งฮั้ว ภาคอีสานเรียก มะเยา สีหลอด ภาคใต้เรียก หงเทศ มีลักษณะเป็นไม้พุ่มสูง 3-5 เมตร มียางเหนียวสีเหลือง ผลมีรูปรี ผิวเรียบ ผลอ่อนเป็นสีเขียว ผลแก่จะมีสีเหลืองแล้วเป็นสีน้ำตาลดำ เมื่อแก่จัดจะแตกเป็น 3 พู แต่ละพูมี 1 เมล็ด โดยสบู่ดำมีสรรพคุณใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาแผนไทย แต่ต้องใช้โดยผู้ที่มีความรู้ การศึกษาวิจัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่าสารสกัดเอทานอลของเมล็ดสบู่ดำ เมื่อทำการทดสอบในหลอดทดลองมีฤทธิ์ทางชีวภาพหลายชนิดที่น่าสนใจ เช่น ฤทธิ์ยับยั้งเชื้อเอชไอวี ฤทธิ์ยับยั้งเชื้อไวรัสเริม นอกจากนี้ยังได้ทำการศึกษาวิจัยทางคลินิก พบว่า ยาแคปซูลของสารสกัดแยกส่วนจากสารสกัดเอทานอลของเมล็ดสบู่ดำ ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงในผู้ป่วยบางราย คือ ท้องเดิน หรือเกิดอาการซีดและแม้ว่าได้ทำการแยกส่วนสกัดย่อยลงไปอีกก็ยังพบว่ายามีผลต่อการกดภูมิต้านทานแบบผันกลับได้ในผู้ป่วยเอดส์ ดังนั้นแม้ว่าการวิจัยทางคลินิกจะยุติลงเนื่องจากพบอาการข้างเคียง แต่หากมีการศึกษาวิจัยอย่างจริงจัง โดยศึกษาการแยกสกัดสารที่ก่อให้เกิดฤทธิ์ข้างเคียงจากสารออกฤทธิ์ในเมล็ดสบู่ดำได้ รวมทั้งพัฒนาอนุพันธุ์ของสารออกฤทธิ์หรือศึกษาวิจัยในเรื่องฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอื่นๆ เช่น ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ฉวยโอกาส กระตุ้นภูมิต้านทาน ฯลฯ    สบู่ดำก็จะเป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นยาสำหรับมนุษย์ต่อไป                                                             

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

     21 กุมภาพันธ์ 2555
ที่มา http://www.moph.go.th/ops/iprg/include/admin_hotnew/show_hotnew.php?idHot_new=45003

วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

แจ้งการรับวัคซีนประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2555

การรับวัคซีนประจำเดือน  กุมภาพันธ์ 2555
แจ้งรับได้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555
จึงขอเรียนเชิญนำเด็กอายุ 0-5 ปีเข้ารับวัคซีน
ในเวลา 09.00-12.00 น. 
ณ  โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาพู่

วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

แนะนำ รพ.สต.

แนะนำ รพ.สต.

ระเบียบ ข้อบังคับ

ประชาสัมพันธ์หน่วยงาน